ผลกระทบของบุหรี่ต่อเศรษฐกิจ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ณัฐภรณ์ หาดี   
วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2012 เวลา 14:23 น.

               บุหรี่ถือว่าเป็นสินค้าที่สิ้นเปลือง ไม่ก่อประโยชน์กับร่างกาย  และยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจให้กับตัวผู้สูบและครอบครัว  รวมทั้งประเทศชาติด้วย  จากรายงานขององค์การอนามัยโลก  พบว่าการสูบบุหรี่ทำให้มีการสูญเสียทางเศรษฐกิจทั่วโลกประมาณ 8 ล้านบาทต่อปี    ในประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง  ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากโรคที่มีสาเหตุมาจากบุหรี่ต่อปี  มีประมาณร้อยละ 6-15 ของงบประมาณประจำปีด้านการรักษาพยาบาล  ประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่ำถึงปานกลาง  ค่าใช้จ่ายในด้านนี้ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการเกิดโรคต่างๆ  ที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ของประเทศในกลุ่มนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น  แต่ได้มีการประมาณการว่าต่อไป  งบประมาณค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาลโรคที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่จะมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนและประเทศอินเดีย

                ในประเทศสหรัฐอเมริกา  ค่าใช้จ่ายทางด้านการรักษาพยาบาลของผู้ที่สูบบุหรี่ในระหว่างปี พ.ศ.2538  ถึง พ.ศ.2542  มีสูงถึงปีละ 157.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ  ในจำนวนนี้ 75.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ  เป็นค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัย  การดูแลและฟื้นฟูสุขภาพ  และอีก 81.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ  เป็นค่าใช้จ่ายเนื่องจากภาวะทุพพลภาพ  ภาวะที่ไม่สามารถประกอบอาชีพและสร้างผลผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่

                ในประเทศไทย  จากการสำรวจของศูนย์กสิกรไทยในปี พ.ศ.2548   พบว่า มีค่าใช้จ่ายจากการสูบบุหรี่ประมาณ 57,380 ล้านบาท  ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำมีค่าใช้จ่ายจากการสูบบุหรี่เฉลี่ยประมาณวันละ 14.6 บาทต่อคน  จากการประมาณการรายได้ของรัฐบาลไทยในแต่ละปีพบว่าอุตสาหกรรมยาสูบสร้างรายได้ได้ประมาณร้อยละ 5  ของรายได้ทั้งหมดที่รัฐได้รับ  แยกเป็นรายได้จากโรงงานยาสูบ  ในสังกัดของกรมสรรพสามิตประมาณร้อยละ 4   และจากภาษีบุหรี่นำเข้าอีกประมาณร้อยละ 0.7  ตัวอย่างเช่นในปี พ.ศ.2546   รัฐมีรายได้จากบุหรี่ประมาณ 43 พันล้านบาท   ซึ่งรายได้นี้ส่วนใหญ่จะมาจากการเก็บภาษี  ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมบุหรี่สร้างรายได้ให้กับรัฐเป็นจำนวนมาก  แต่บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อตัวผู้สูบเองและผู้อื่น   รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับรัฐที่จะต้องสูญเสียงบประมาณเป็นจำนวนมาก  เพื่อใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่สาเหตุมาจากการสูบบุหรี่  นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังก่อให้เกิดการสูญเสียผลผลิตที่ควรจะได้เนื่องจากการทุพพลภาพและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของผู้ที่สูบบุหรี่

 

ต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยทั่วๆ  ไปของผู้ป่วยจากโรคที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ

1.  ต้นทุนค่าใช้จ่ายทางตรง  หมายถึง  ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรับบริการนั้นๆ  ซึ่งมี 2 ชนิด คือ

          1)  ต้นทุนค่าใช้จ่ายทางตรงจากการบริการทางการแพทย์  คือ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษา พยาบาลผู้ป่วยโดยตรง  เช่น  ค่าการตรวจวินิจฉัยโรค  ค่ายา  ค่าอุปกรณ์ต่างๆ  หรือค่าบุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น

          2)  ต้นทุนค่าใช้จ่ายทางตรงที่ไม่เกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์  คือ ค่าใช้จ่ายที่เป็นผลอันเนื่องมาจากการเจ็บป่วย  เช่น  ค่าอาหาร  ค่าที่พักผู้ป่วยและญาติ  หรือค่าเดินทาง เป็นต้น

2.  ต้นทุนค่าใช้จ่ายทางอ้อม  หมายถึง  ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเสียโอกาส  เนื่องมาจากความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  โดยจะส่งผลทำให้รายได้ของผู้ป่วยลดลง    เพราะสาเหตุจากการขาดงาน  การทุพพลภาพ  หรือการที่ประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง   ซึ่งจะรวมถึงการเสียรายได้ของญาติผู้ป่วยที่ต้องหยุดงานเพื่อมาดูแลผู้ป่วย   และการเสียชีวิตของผู้ป่วยก่อนวัยอันควรทำให้ไม่ สามารถก่อให้เกิดผลผลิตให้กับรัฐได้เท่ากับระยะเวลาที่เขาควรจะมีชีวิตอยู่

                การศึกษาต้นทุนค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจของผู้ป่วยจากโรคต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ในประเทศไทยมีดังนี้  ประมาณการต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมทางเศรษฐกิจของโรคมะเร็งปอดในปี 2528    โดยคิดเป็นเงินประมาณ 286 ล้านบาท  ซึ่งแบ่งเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยตรงประมาณ 84 ล้านบาท  และต้นทุนค่าใช้จ่ายทางอ้อมจากการสูญเสียรายได้ที่คาดว่าจะได้รับและจากการตายก่อนวัยอันควรมีค่าประมาณ 202 ล้านบาท   ในอีกรายหนึ่งได้ศึกษาต้นทุนค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อมของการรักษาพยาบาลโรคมะเร็งปอด   และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่  ในปี พ.ศ.2542  พบว่ามีค่าประมาณ 236 ล้านบาท  ซึ่งคิดเป็นเกือบร้อยละ 0.1 ของงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดของประเทศ  และได้มีการประเมินต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมของโรคมะเร็งปอด  หลอดเลือดหัวใจอุดตัน  และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ในปี พ.ศ.2546  พบว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโรคทั้ง 3 โรคนี้ประมาณ  45  พันล้านบาท     นอกจากนี้ได้มีการประเมินและคาดการณ์ค่าใช้จ่ายรวมของโรคทั้ง โรค  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ถึง พ.ศ.2550   พบว่า ในปี พ.ศ.2544  ค่าใช้จ่ายของโรคทั้ง 3 โรคนั้น  เริ่มเพิ่มสูงขึ้นมากกว่ารายรับของรัฐที่ได้รับจากอุตสาหกรรมบุหรี่  และรายจ่ายนี้เพิ่มมากขึ้นในปีต่อๆ ไป  จะเห็นได้ว่ารายได้ที่รัฐได้รับจากอุตสาหกรรม  บุหรี่นี้อาจจะไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายจ่ายที่รัฐจะต้องใช้ไปในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคต่าง ๆ  ที่สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  โดยรวมแล้วการสูบบุหรี่ก่อให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจ  โดยเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับตัวเองและครอบครัว  นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของรัฐด้านการรักษาพยาบาลเนื่องมาจากความเจ็บป่วยและพิการ  อีกทั้งยังเป็นการลดปริมาณและคุณภาพของงาน  เนื่องจากเวลาที่สูญเสียไปในขณะที่สูบบุหรี่หรือป่วยจากโรคต่างๆ    รวมทั้งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องมาจากสาเหตุของการสูบบุหรี่

 

 2-12     03220_002    cigar6

 

************************************************************

 

 

 

 

 

ที่มา : ความรู้เรื่องบุหรี่ และการควบคุมการบริโภคยาสูบ : กาญจนศรี สิงห์ภู่   งานเวชกรรมสังคม  โรงพยาบาลศรีนครินทร์

รูปภาพ :  อินเตอร์เน็ต

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2012 เวลา 14:53 น.